วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โปสเตอร์คุณภาพ "ฮาชิมะโปรเจกต์"

การทำภาพยนต์ออกมาเรื่องหนึ่งนั้นต้องมีการทำงานทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และการออกแบบโปสเตอร์ภาพยนต์นั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบมาอย่างดี เพราะว่าตัวโปสเตอร์ภาพยนต์นี้เป็นตัวดึงดูดแรกจากผู้ชม ว่าภาพยนต์เรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นควรจะมีรางวัลสำหรับคนเบื้องหลังในส่วนนี้ ให้ผู้ทำงานเบื้องหลังได้มีกำลังใจ และภาคภูมิใจในฝีมือตัวเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไปอีก 

หนึ่งในรางวัลสำหรับคนเบื้องหลัง คือ รางวัลการออกแบบโปสเตอร์ภาพยนต์ไทยยอดเยี่ยม สวนดุสิต ไทยมูฟวี่ โปสเตอร์ อะวอร์ดส แล้วประจำปี 2226-2557 โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้วจัดโดยหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฆิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ส่วนในเรื่องของการตัดสินนั้น กรรมการใช้เกณฑ์การตัดสินจากหลายมิติ เช่น การสื่อสารที่ชัดเจน การจัดวางองค์ประกอบ การออกแบบตัวอักษร การใช้โครงสี และการเล่าเรื่อง ฯลฯ โดยรางวัลชนะเลิศในปีนี้นั้นตกเป็นของ โปสเตอร์ภาพยนต์เรื่อง ฮาชิมะโปรเจกต์ จาก M39  พร้อมรางวัลป๊อปปูล่าร์โหวตไปอีก 1 รางวัล



ในวันนี้เราก็จะมาวิเคราะห์กันว่าโปสเตอร์นี้ออกแบบมายังไง ทำไมถึงได้รางวัล เริ่มจากที่คำโปรยเรื่องเลย "ไม่ใช่ที่แรกที่กล้าลบหลู่ แต่เป็นครั้งแรกกับอันดับโลก" ความหมายที่สื่อตรงตัวออกมาว่าหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรกของคนไทยที่ไปถ่ายทำหนังผีที่ต่างประเทศนะ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวอย่างกระชับสั้นๆง่ายๆได้ใจความ

การจัดวางองค์ประกอบของภาพนั้นก็ถือว่าเป็นการเล่าเรื่องราวได้อย่างหนึ่ง จากที่ดูแล้วสามารถตีความได้ว่า หนังเรื่องนี้จะต้องไปถ่ายทำที่เมืองร้าง เป็นตึกเก่าๆที่มีเรื่องลี้ลับอยู่อย่างแน่นอน ภาพที่สื่อออกมานั้นมีความน่ากลัว ความหลอน และเรือนราง มีนักแสดงนำห้าคนและมีผีหนึ่งตัว เรื่องจะต้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของห้าคนนี้ ผ่านการผจญภัยกับสิ่งลี้ลับมาจนเนื้อตัวมอมแมม

การออกแบบตัวอักษรนั้นและเรื่องการใช้โทนสีนั้น แค่ดูชื่อเรื่องอย่างเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเป็นหนังผี เพราะตัวอักษรนั้นมีความหลอน ความน่ากลัวอยู่ในตัวโดยการทำให้ตัวอักษรเลอะๆ เหมือนเปื้อนฝุ่น ตรงคำว่าฮาชิมะนั้นใช้รูปแบบตัวอักษรที่ขาดๆ ตรงปลายคล้ายกับเลือดทำให้ดูน่ากลัวขึ้น โทนสีที่ใช้นั้นคือสีดำและเทาเป็นหลักสื่อถึงความดำมืด สิ่งลี้ลับ ผีสาง ความน่ากลัว และนำสีแดงที่สื่อถึงความกล้าหาญและเลือด มาตัดกันทำให้ชื่อเรื่องดูโดดเด่นขึ้นมาจากโปสเตอร์เป็นอย่างมาก

การที่เราจะเลือกชมภาพยนต์แต่ละเรื่องนั้น โปสเตอร์ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งในการตัดสินใจ บางเรื่องอาจจะดูสนุกสนาน ตลก น่ากลัว ลี้ลับ เข้มข้น ก็แล้วแต่รูปแบบที่ต้องการนำเสนอ ถ้าเราได้เห็นโปสเตอร์สวยๆ สื่อความหมายได้ดี น่าติดตาม ก็ทำให้เรารู้สึกอยากดูภาพยนต์เรื่องนั้นขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นความน่าติดตามของภาพยนต์ก็อาจตัดสินกันได้จากโปสเตอร์เลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www2.dusit.ac.th/sdu/activities/news/2014-06-9/evt_03035.pdf

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ไอซิส(น่ารัก)จัง

สื่อสิ่งพิมพ์นั้นมีบทบาทสำคัญอยู่ที่การสื่อสาร จะต้องสามารถถ่ายทอดเรื่องราวหรือข้อความที่ผู้จัดทำต้องการจะสื่อสารออกไป ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ให้ได้ โดยสื่อสิ่งพิมพ์นั้นมีอิทธิพลมากในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร และยังมีอิทธิพลในการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ซึ่งสามารถนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงสังคมโลกได้

ช่วงที่ผ่านมานี้เชื่อว่าทุกคนต้องได้ยินข่าวเกี่ยวกับข่าวรุนแรงที่เพิ่มระดับขึ้นทุกวัน จากกลุ่มก่อการร้ายที่ใช่ชื่อว่า ISIS ซึ่งมีข่าวน่าสลดใจกับความป่าเถื่อนของบุคคลกลุ่มออกมาอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในนั้นก็คือการสังหารนักข่าวชาวญี่ปุ่น 2 ท่าน สร้างความสะเทือนใจให้ชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

แต่การโต้ตอบของญี่ปุ่นนั้นกลับผิดคาดและสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากญี่ปุ่นจะไม่ได้โต้ตอบด้วยความรุนแรงแล้ว กลับตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย ISIS อย่างสุภาพ อ่อนโยน ไม่แข็งกร้าว ไม่ล้ำเส้นศาสนา ด้วยความน่ารักผ่านตัวการ์ตูนที่มีชื่อว่า ISIS -Chan (ไอซิสจัง) แทน

ที่มาภาพ : http://www.zcooby.com/wp-content/uploads/2015/02/wpid-Photo-20150204110248907.jpg
ISIS -Chan หรือ ไอซิสจัง นั้นเป็นตัวการ์ตูนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อล้อเลียนกลุ่มก่อการร้าย ISIS โดยเปลี่ยนบุคลิกให้ออกมาเป็นเด็กสาวน่ารักในชุดคลุมสีดำ ชอบกินเมล่อน ซึ่งเมล่อนก็เป็นการล้อเลียน ISIS อีกอย่างหนึ่ง เพราะคำว่า เมล่อน ในภาษาญี่ปุ่นนั้นออกเสียงคล้ายๆกับคำว่า Million ซึ่งหมายถึงเงินค่าไถ่ที่ทาง ISIS เรียกจากรัฐบาลญี่ปุ่นนั้นเอง

โดยทางญี่ปุ่นมีความหวังว่าจะแทรกแซงผลการค้นหาจาก Google เพื่อให้คนที่ค้นหาข้อมูลของ ISIS เจอแต่ไอซิสจัง เป็นการทำลายศักยภาพการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มก่อการร้ายลง และระบุอีกว่า ISIS ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นได้

ที่มาภาพ : http://www.zcooby.com/wp-content/uploads/2015/02/wpid-Photo-20150204110248823.jpg
นอกจากนี้ยังเรียกร้องไปยังผู้คนทั่วโลกให้ช่วยกันทำภาพของไอซิสจังขึ้น เพื่อเป็นการโต้ตอบกลุ่ม ISIS แบบอหิงสา โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นการต่อต้านกลุ่ม ISIS ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือขุ่นข้องหมองใจให้ใครทั้งนั้น ดังนั้น ภาพของ "ไอซิสจัง" จะต้องไม่ไปพาดพิงถึงศาสนาอิสลาม พระคัมภีร์ ศาสดาของศาสนาหรือแม้แต่สัญลักษณ์ใดๆก็ตามที่เกี่ยวโยงกับศาสนา ภาพที่วาดต้องให้ความเคารพในตัวประกัน ไม่มีความสยดสยองใดๆ และต้องไม่ลามกอนาจาร ไม่โป๊เปลือย

การที่จะตอบโต้ความรุนแรงไม่จำเป็นต้องตอบโต้ด้วยความรุนแรงกลับเสมอไป ไม่จำเป็นต้องมีสงครามหรือความตาย แต่สามารถใช้สื่อสิ่งพิมพ์ให้เป็นประโยชน์โดยการโต้ตอบกลับไปอย่างสุภาพ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า จิตใจของมนุษย์นั้นอยู่ในระดับที่ไม่เท่ากันส่งผลถึงความเป็นมนุษย์ของคนๆ นั้นด้วยเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

STOP CYBERBULLYING !!!

ในสังคมปัจจุบันนี้ มีการติดต่อสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ากขึ้นจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นอย่างพวกเราไปแล้ว บางคนนั้นอาจเล่นบ้างไม่เล่นบ้าง แต่ก็มีบางคนที่ติดแบบงอมแงมกันเลยทีเดียว และภัยร้ายแรงอย่างหนึ่งของโลกออนไลน์ก็คือ Cyberbullying

Cyberbullying คือการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ คือการทำร้ายผู้อื่นให้อับอายผ่านการใช้สื่่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ เช่น Facebook Twitter YouTube E-mail บล็อก เมสเซจ โทรศัพท์ และยังรวามไปถึงการส่งข้อมูลส่วนตัวของคนคนหนึ่งไปยังพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของ นอกจากนั้นการส่งข้อความให้ร้ายไปยังผู้อื่น หรือเขียนคอมเมนต์ที่เป็นการต่อว่า การทำร้ายซ้ำๆ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดหรือได้รับผลกระทบทางจิตใจ ก็ถือว่าเป็น Cyberbullying อีกด้วย

ผลกระทบของ Cyberbullying นั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่เกิดความรู้สึกอับอาย ภาวะเครียด นอนไม่หลับ เป็นโรควิตกกังวล แต่ในบางกรณีนั้นได้จบลงอย่างน่าเศร้าอาจมีผลกระทบรุนแรงถึงขึ้นฆ่าตัวตายกันเลยทีเดียว


เราจึงทำโปสเตอร์รณรงค์ให้หยุดการกระทำ Cyberbullying เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความร้ายแรงของมัน เมื่อเกิดการกระทำ Cyberbullying ขึ้นมันก็อาจจะหลอนหลอนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ จนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นได้ และอยากให้ผู้ที่มีพฤติกรรมไปกลั่นแกล้งผู้อื่นผ่านโลกออนไลน์นั้น หยุดพฤติกรรมของท่านซะ !!!

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

นามบัตร...สิ่งพิมพ์บ่งบอกตัวตน

สวัสดีค่าาา ^0^ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เราไม่ได้เขียนบล็อคซะนานจนเกือบลืมวิธีเข้าไปแล้วนะเนี่ย ฮ่าๆๆ แต่วันนี้เรากลับมาอีกครั้ง พร้อมสาระความรู้ดีๆ กันอีกเช่นเคย สำหรับวันนี้เราจะมานำเสนอ แท่ม ทะ แด้มมม...สื่อสิ่งพิมพ์...กันค่าาา

สื่อสิ่งพิมพ์คืออะไร? หลายๆคนคิดว่าอย่างไรกันบ้างค่ะ หนังสือ สมุด นิตยสาร หนังสือพิมพ์ บอกเลยค่ะว่าแบบนี้มันธรรมด๊า ธรรมดามากๆ เรามาดูความหมายของสื่อสิ่งพิมพ์กัน


สื่อสิ่งพิมพ์มีความหมายว่า สิ่งที่พิมพ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกระดาษหรือวัตถุใดๆ ด้วยวิธีการต่างๆ อันเกิดเป็นชิ้นงานที่มีลักษณะเหมือน ต้นฉบับขึ้นหลายสำเนาในปริมาณมากเพื่อเป็นสิ่งที่ทำการติดต่อ หรือชักนำให้ผู้อื่นได้เห็นหรือทราบ ข้อความต่างๆ หรืออธิบายง่ายๆ ว่าทุกสิ่งอย่างที่ถูกสำเนาขึ้นในปริมาณมากๆ นั้นก็คือสิ่งพิมพ์นั้นเอง รวมไปถึง เคสโทรศัพท์มือถือ ลายขวดน้ำ แก้วกาแฟ เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน  ปลอกหมอน กระเป๋า ครีมบำรุงผิว ลิปสติก ไปยันน้ำยาล้างห้องน้ำเลยค่ะ 

ภาพจาก http://lh4.ggpht.com/_Xhlcxbe9Nzc/Sji8ETz-hCI/AAAAAAAAPOg/tVYIjOUAYys/s800/n44.jpg

ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ที่เราชอบที่สุดนั้น ถ้าให้เลือกมา 1 อย่าง เราจะเลือก "นามบัตร" ค่ะ เพราะนามบัตรนั้นเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่แสดงตัวตนของเจ้าของ สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบัตรของมาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ และนามบัตรยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทุกคนนิยมใช้กันมากที่สุดอีกด้วย เพราะถ้าเรามีนามบัตรที่ดี แข็งแรง ทำจากวัสดุที่ดี สามารถถ่ายทอดความเป็นตัวเราออกมาได้ ก็จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้อีกด้วยค่ะ

ภาพจาก https://krunitnoi.files.wordpress.com/2011/08/565724-topic-ix-12.jpg
ในปัจจุบันนั้นเริ่มมีการทำนามบัตรที่เป็นมากกว่านามบัตรออกมามากมายเลยค่ะ โดยการใช้ไอเดียเพิ่มลูกเล่นให้กับนามบัตร ใช้วิธีการนำเสนอที่หลากหลายขึ้น เพื่อเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจ ให้ผู้รับอยากจะเก็บไว้ และเป็นการบ่งบอกตัวตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในบางรายนั้นก็อาจใช้นามบัตรเป็นใบโฆษณาไปในตัวด้วยเลยทีเดียวค่ะ 

ภาพจาก http://www.duck-space.com/wp-content/uploads/2014/06/name-card-18.jpg
ถ้าจะให้เลือกแบบที่ชอบที่สุดจริงๆ เราชอบนามบัตรใบนี้ค่ะ ตามภาพข้างบนเป็นนามบัตรของเทรนเนอร์ ที่บ่งบอกถึงตัวตนมาก ว่าถ้าคุณจ้างฉัน จากรูปแรกที่อ้วนๆ นั้น ฉันสามารถทำให้คุณลอกคราบออกมาแล้วหุ้นดีฟิตปั๋งเหมือนรูปสุดท้ายได้เลยนะ ถือว่าเป็นการนำเสนอตัวเองที่เจ๋งมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับนามบัตรแบบธรรมดาทั่วไป

และสุดท้าย เราได้นำภาพตัวอย่างนามบัตรเจ๋งๆ อีกมากมายมาเป็นไอเดีย ให้กับผู้ที่เริ่มต้นทำนามบัตรเป็นของตัวเอง หรือผู้ที่กำลังหาไอเดียทำนามบัตรที่แปลกแหวกแนวกันค่ะ

ภาพจาก http://demilked.uuuploads.com/creative-business-card-designs/creative-business-cards-part2-4.jpg
ภาพจาก http://a.u1sf.com/j/2396476/ff4c2b96682.jpg
ภาพจาก http://www.thaimacupdate.com/wp-content/uploads/2012/05/iphonebusinesscards-1.jpg
ภาพจาก http://laurawinslowphotography.com/blog/wp-content/uploads/2012/02/lovely-stationary2.jpg
ภาพจาก http://cdn.acidcow.com/pics/20130521/some_very_wacky_and_creative_business_card_designs_11.jpg
ภาพจาก http://a.u1sf.com/j/2396490/1a0a2701075.jpg

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

INFOGRAPHIC : เรียนเทคโนจบไปทำงานอะไรได้บ้าง?

"น้องๆ หลายๆ ที่อยากเข้ามาเรียนเอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเนี่ย คงสงสัยใช่มั้ยค่ะ ว่าเรียนจบไปแล้วจะทำงานอะไรกันบ้าง เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี พี่ก็เลยทำเป็นภาพอินโฟกราฟฟิกมาให้น้องๆได้ดูกันว่าเมื่อจบจากเอกเทคโนไป จะสามารถทำงานได้หลากหลายขนาดไหน"

ข้อความข้างบนนี่ เป็นคำอธิบายภาพอินโฟกราฟฟิกที่เราได้ทำขึ้นมาค่ะ ตอนแรกที่อาจารย์สั่งให้ทำภาพอินโฟกราฟฟิกขึ้นมาเราก็คิดไปสารพัดเลยว่าจะทำเรื่องอะไรดี จะไปทำเรื่องสุขภาพ...เราก็ไม่ใช่คนที่ดูแลสุขภาพขนาดนั้น จะไปทำเรื่องการออมเงิน...เราก็ไม่ถนัด จะไปทำเรื่องการเดินทาง...ทุกวันนี้ก็ยังหลงทางอยู่เลย ฮ่าๆๆ คิดไปคิดมาก็มาหยุดอยู่กับสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน นั้นก็คือ เรียนๆๆ แล้วก็เรียน แต่สิ่งที่เราเรียนเนี่ยมันเกี่ยวข้องกับหลายสิ่งมาก ทั้งกล้อง วิทยุ โทรทัศน์ สื่อการสอน สตูดิโอ กราฟฟิค คอมพิวเตอร์ และอะไรอีกมากมาย งั้นก็เอาจุดจบเลยแล้วกัน ว่าพอเราเรียนจบแล้วเราจะทำงานอะไรดี เพราะตอนม.ปลายที่เรากำลังหาที่เรียนต่ออยู่ เราก็สงสัยเหมือนกันว่า ถ้าเรามาเรียนที่เอกนี่ เราจะทำงานอะไรเมื่อจบไป? และเราก็เชื่อว่ามีเพื่อนๆ หลายคนสงสัยเหมือนกันใช่มั้ย ฮ่าๆๆ

วัตถุประสงค์ในการจัดทำอินโฟกราฟฟิกเรื่อง "เรียนเทคโนจบไปทำงานอะไรได้บ้าง?" คือต้องการจะให้ความรู้แก่น้องๆ ที่กำลังหาที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจค่ะ เพื่อน้องๆโตขึ้นอยากจะประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่งในนี้ ก็สามารถสมัครเข้ามาเรียนเอกเทคโนของเราได้เลย :)

โดยที่กลุ่มเป้าหมายของเราก็แน่นอนอยู่แล้วค่ะว่าต้องเป็นน้องๆ ม.ปลาย ที่กำลังหาที่ศึกษาต่อ หรือเพื่อนๆที่เข้ามาเรียนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจบไปแล้วทำงานอะไรได้ ก็สามารถเข้ามาดูได้นะคะ ฮ่าๆๆ

ในส่วนของขั้นตอนการทำ อินโฟกราฟฟิคของเรา สามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ค่ะ

  1. กำหนดเรื่องที่จะทำ วัตถุประสงค์ แนวคิด กลุ่มเป้าหมายให้ได้ก่อนค่ะ เรื่องนี้สำคัญมากค่ะ กว่าเราจะคิดได้ เปลี่ยนหลายเรื่องมาก ต้องเลือกเรื่องที่เราสนใจ และต้องมีการอ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลที่เรานำมาทำด้วยนะคะสำหรับคนที่หาข้อมูลมากจากที่อื่น
  2. ลองออกแบบรูปแบบที่เราจะทำที่กระดาษก่อนค่ะ ดูเรื่องการจัดองค์ประกอบ ว่าเราจะทำแบบไหน ถ้าคิดไม่ออกก็ลองไปดูภาพที่คนอื่นเขาทำมาก่อนแล้วค่ะ เพราะว่ามีหลายแบบมากทั้งสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม ส่วนเราเลือกเป็นวงกลมค่ะ โดยแบ่งรอบๆเป็นแปดส่วนเท่ากันสำหรับแปดอาชีพค่ะ
  3. เริ่มลงมือทำในโปรแกรม Illustrator ค่ะ เป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้วาดภาพกราฟฟิคต่างๆ มีอุปกรณ์เครื่องมือคล้ายๆกับโปรแกรม Photoshop ค่ะ สำหรับคนที่ใช้โปรแกรม Photoshop เป็นอยู่แล้วก็ไม่ยากเลยค่ะ ในขั้นตอนนี้นะคะ เราก็เริ่มทำตามที่เราได้ออกแบบไว้ในขั้นตอนที่แล้วเลยค่ะ แต่ที่ต้องเพิ่มมาคือสีค่ะ เพราะตอนที่เราออกแบบไว้เราไม่ได้ใส่สี สีที่เราเลือกใช้เป็นสีหลักเลยก็คือสีฟ้าค่ะ เพราะสีฟ้าเป็นสีของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ ส่วนสีอื่นที่เป็นเสื้อผ้าของตัวการ์ตูนก็ใช้เป็นสีสันสดใสเพื่อความสบายตาค่ะ
  4. สุดท้ายก็ส่งให้อาจารย์ติชมค่ะ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข แล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้แก่กลุ่มเป้าหมายของเราค่ะ

ว่าแต่เพื่อนๆ รู้จักอินโฟกราฟฟิกกันหรือเปล่าคะ ฮ่าๆๆ บางคนอาจจะยังไม่รู้จักใช่มั้ย งั้นเราจะอธิบายให้ฟัง

Infographic หรือ Information Graphic หากแปลตรงตัวก็คือ ภาพหรือกราฟิกซึ่งบ่งชี้ถึงข้อมูลค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสถิติ ความรู้ ตัวเลข ฯลฯ เรียกว่าเป็นการย่นย่อข้อมูลเพื่อให้ประมวลผลได้ง่ายเพียงแค่กวาดตามอง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คนในยุคไอทีที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลซับซ้อนมหาศาลในเวลาอันจำกัด (ก่อนที่พวกเขาจะเบื่อหน่ายเสียก่อน) ด้วยเหตุนี้ “อินโฟกราฟิก” จึงเป็นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวผู้เข้ามาจัดการกับ “ข้อมูล-ตัวเลข-ตัวอักษร” ที่เรียงรายเป็นตับเหมือนยาขม ให้กลายร่างมาเป็นภาพที่สวยงาม 

สรุป Infographic ก็คือรูปภาพที่ทำจากกราฟฟิก สามารถอธิบายเนื้อหา เรื่องราว หรือข้อมูลข่าวสาร ที่ผู้จัดทำต้องการจะสื่อได้ด้วยตัวมันเองค่ะ หรือถ้าจะเปรียบเทียบเป็นสื่อการสอน ก็คงจะเป็นสื่อการสอนประเภทวัสดุที่สามารถถ่ายทอดความรู้ด้วยตัวเองได้ คล้ายๆกับแผนภูมิหรือแผนภาพค่ะ








วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

ปฏิบัติการ...ปฎิวัติ"7วัน7เมนู"

สื่อการเรียนชุด " 7วัน7เมนู "
หลังจากคราวที่แล้ว เราได้วิเคราะห์ถึงความสมบูรณ์และคุณลักษณะของสื่อการเรียนชุด "7วัน7เมนู" กันไปแล้วนะคะ เราก็ได้พบว่า สื่อการเรียนชุดนี้ยังมีความบกพร่องอยู่บางจุดคะ วันนี้เราก็เลยจะมาปฎิวัติหรือปรับปรุงสื่อการสอนชุดนี้ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นค่ะ ^^

ก่อนที่เราจะปฎิวัติหรือปรับปรุงสื่อชิ้นนี้นะคะ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าสื่อที่เราจะปรับปรุงเนี่ย มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งเราก็ได้สรุปออกมาเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ค่ะ

ข้อดี

  1. มีโมเดลจำลองเป็นอุปกรณ์ครัวอันเล็กๆ ช่วยให้ผู้เรียนได้จำลองการทำอาหารขึ้นมาได้
  2. มีสีสันสดใสดึงดูดใจ ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นของผู้เรียน กระตุ้นความสนใจ
  3. มีความคงทนต่อการเก็บรักษาอย่างมาก เพราะเก็บไว้ในกล่องพลาสติกอย่างดี พกพาสะดวก
  4. แบ่งเก็บอุปกรณ์ไว้เป็นกล่องเล็กๆ อีกทีหนึ่ง ทำให้ง่ายต่อการนำออกมาใช้และเก็บรักษา
ข้อเสีย
  1. ในส่วนของคู่มือการใช้งานมีการชำรุดเนื่องจากการตัดแปะไม่ดี กาวบางส่วนได้หลุดออกไป
  2. ตัวอักษรในคู่มือการใช้งานบางส่วนเป็นการพิมพ์ บางส่วนทำเป็นการเขียน ทำให้อ่านยาก
  3. รูปภาพข้างกล่องเริ่มซีดลง ทำให้ไม่เกิดความน่าสนใจ
เมื่อเราได้รู้ข้อดีข้อเสียของสื่อชิ้นนี้กันแล้ว ก็มาเริ่มการปฏิวัติกันเลย!!

  • เริ่มจากการทำคู่มือสื่อการเรียนขึ้นมาใหม่เพราะว่าคู่มือนี้มีการชำรุดอย่างมาก กาวบางส่วนหลุดออกทำให้บางส่วนที่ได้ตัดแปะไว้เสียหาย เราก็เลยปรับปรุงใหม่โดยพิมใหม่ทั้งหมดแล้วปริ๊นออกมา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทากาว และเพิ่มความคงทนให้กับกระดาษ โดยการเลือกกระดาษเป็นกระดาษการ์ดสี 180 แกรม และออกแบบใหม่เพื่อความน่าสนใจด้วยค่ะ 
ภาพตัวอย่างบางส่วนที่กาวหลุด
ภาพตัวอย่างบางส่วนที่กาวหลุด

ภาพตัวอย่างของคู่มือที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่
ภาพตัวอย่างของคู่มือที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่

  • อย่างที่สองคือ ในคู่มือของสื่อจำมีบางหน้าที่เขียน บางหน้าที่พิมพ์ หรือบางทีก็อยู่รวมหน้าเดียวกัน ทำให้อ่านยากค่ะ คำบางคำก็เขียนผิด เราก็เลย จัดการพิมพ์ใหม่ออกมาทั้งหมดเหมือนกันค่ะ แล้วก็ออกแบบใหม่ด้วย จะเป็ยอย่างไรบ้างไปชมกันเลย
ภาพตัวอย่างหน้าที่เขียนแล้วก็มีคำผิด
ภาพตัวอย่างหน้าที่มีทั้งการพิมพ์และการเขียนอยู่ในหน้าเดียวกัน


ภาพตัวอย่างหน้าคำนำที่ทำขึ้นมาใหม่
ภาพตัวอย่างหน้าแบบทดสอบก่อนเรียนที่ทำขึ้นมาใหม่

  • อย่างที่สามคือรูปภาพข้างกล่องที่เริ่มสีจางลงเพราะกาลเวลา เราก็เลยแกะเอาภาพเก่าออกจัดทำขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ ดึงดูดใจผู้เรียนให้อยากเล่นสื่อชิ้นนี้
ภาพตัวอย่างสีที่เริ่มจาง
ภาพตัวอย่างสีที่เริ่มจาง
ภาพตัวอย่างสีที่เริ่มจาง

ภาพตัวอย่างที่เรานำมาติดใหม่
ภาพตัวอย่างที่เรานำมาติดใหม่
ภาพตัวอย่างที่เรานำมาติดใหม่

เสร็จแล้วววววววว และแล้วเราก็ปฎิวัติสื่อการเรียนชุด"7วัน7เมนู" ได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้!!! เพื่อให้สื่อกลับมามีความสมบูรณ์และน่าสนใจเหมือนเดิม และยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น แล้วก็ยังเป็นแนวทางให้เราใช้เป็นตัวอย่างในการผลิตสื่อการเรียนของเราเองด้วย ฮ่าๆๆ เพราะเราก็ต้องทำสื่อการเรียนขึ้นมาชิ้นหนึ่งเหมือนกัน แต่จะทำเรื่องอะไร เป็นแบบไหน ก็...ขออุปไว้ก่อนนะคะ ฮ่าๆๆ 

วันนี้ก็ต้องขอตัวลากันไปก่อนนะคะ บายยย...








วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

ความสมบูรณ์ และ คุณลักษณะของ "7วัน 7เมนู"

ชุดการสอน หมายถึง ชุดสื่อประสมซึ่งผลิตขึ้นมาอย่างมีระบบ มีความสมบูรณ์เบ็ดเสร็จในตัวเอง โดยมีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับเนื้อหาวิชา ประสบการณ์ที่สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้ได้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ชุดการสอน 7 วัน 7 เมนู เป็นชุดการสอนเกี่ยวกับการทำอาหาร ต้องการให้ผู้เรียนได้รู้เกี่ยวกับประเภทของอาหาร วัตถุดิบและเครื่องปรุงในการทำอาหาร และทำการจำลองการทำอาหารง่ายๆได้ ชุดการสอนนี้เหมาะสำหรับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชุดการสอนนี้ประกอบไปด้วย คู่มือการใช้ชุดการสอน กล่องใส่วัสดุอุปกรณ์ และกล่องใส่วัตถุดิบและเครื่องปรุง



ภายในคู่มือจะมีคำอธิบายสื่อเพื่อทำความรู้จักกับชุดการสอน มีการแนะนำวัตถุดิบเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร มีแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อให้ผู้เรียนทบทวนความรู้เดิม มีเนื้อหาเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ มีกิจกรรมระหว่างเรียนให้ผู้เรียนหัดทำอาหาร มีการเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียน และมีการทดลองทำอาหารโดยใช้โมเดลเพื่อให้ผู้เรียนทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์และจำวิธีการทำอาหารได้จากการปฎิบัติ


วิเคราะห์ด้านความสมบูรณ์ของชุดการสอน

1. มีสิ่งเร้าหรือตัวกระตุ้นที่ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล
- มีสิ่งเร้าคือโมเดลการทำอาหาร แต่อาจไม่ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลเพราะสื่อนี้ไว้ใช้สำหรับผู้เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งอาจจะโตเกินกว่าจะให้โมเดลที่เป็นของเล่นและเด็กผู้ชายบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะถูกผู้ปกครองปลูกฝังว่านี่คือของเล่นของเด็กผู้หญิง


2. บอกวัตถุประสงค์หรือปลายทาง
- มีการบอกวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจนในหน้าของคำอธิบายสื่อ


3. มีเนื้อหาและกิจกรรมที่หลากหลายให้กับผู้เรียน
- ชุดการสอนนี้แบ่งเนื้อหาการเรียนออกเป็นสามส่วนคือ ผัด ยำ และต้ม ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ไปได้ที่ละบทอย่างช้าๆ ในแต่ละบทก็จะมีกิจกรรมระหว่างเรียน มีการจำลองการทำอาหารโดยใช้โมเดล มีการตอบคำถามวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร

4. มีการติดตามความก้ามหน้าของผู้เรียน
- ชุดการสอนนี้มีการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนโดยการให้ทำแบบทดสอบเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียน

5. ให้ข้อมูลย้อนกลับ
- ชุดการสอนนี้มีการให้ข้อมูลย้อนกลับ ตัวอย่างเช่น การให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและเขียนไว้ว่าถ้าตอบถูกน้อยกว่า 8 ข้อ ให้ย้อนกลับไปทบทวนบทเรียนใหม่ และการให้ตอบคำถามในกิจกรรมระหว่างเรียนก็จะมีเฉลยและบอกวิธีทำไว้ด้วย



วิเคราะห์ด้านคุณลักษณะของชุดการสอน

1. เป็นชุดสื่อประสมที่ผลิตได้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเนื้อหาบทเรียน
- ชุดการสอนนี้เป็นสื่อประสมที่ผลิตได้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเนื้อหาบทเรียนเพราะจากการที่ทดลองใช้สื่อการสอนนี้แล้ว รู้สึกว่าทำได้อย่างที่วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้



2. เหมาะสมกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน
- ชุดการสอนนี้เหมาะสมกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียนเนื่องจากชุดการสอนนี้เหมาะสำหรับเด็กๆที่อยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นซึ่งแน่นอนว่าต้องมีสักครั้งที่ตามผู้ปกครองเข้าไปในในครัวและได้เห็นวัตถุดิบในการทำอาหารมาบ้าง ซึ่งบางอย่างอาจจะยังไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ชุดการสอนนี้มีรูปวัตถุดิบพร้อมชื่อของวัตถุดิบเขียนไว้ข้างหลังทำให้ง่ายต่อความเข้าใจ



3. ประกอบไปด้วยสื่อหลากหลายเร้าความสนใจของผู้เรียนได้ดี
- ชุดการสอนชุดนี้ประกอบไปด้วยสื่อที่หลากหลายและมีสีสันสดใสเร้าความสนใจของผู้เรียนเป็นอย่างดี ชุดการสอนนี้ประกอบไปด้วย คู่มือการใช้ชุดการสอน กล่องใส่วัสดุอุปกรณ์ และกล่องใส่วัตถุดิบและเครื่องปรุง



4. มีคำชี้แจงและคำแนะนำวิธีการใช้อย่างละเอียด ชัดเจน ง่ายต่อการนำไปใช้
- ชุดการสอนชุดนี้ไม่มีคำชี้แจงและคำแนะนำวิธีการใช้อย่างละเอียด ไม่ชัดเจน และยากต่อการนำไปใช้ เพราะจากการที่ได้ทดลองใช้มา ได้เกิดความสับสนในการใช้โมเดลจำลองการทำอาหารซึ่งไม่มีคำชี้แจงบอกว่าอุปกรณ์ใช้อย่างไร และวัตถุดิบไม่มีการจัดหมวดหมู่ไว้ทำให้ยากต่อการหามาใช้

5. มีวัสดุอุปกรณ์ ตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนในบทเรียน
- ชุดการสอนนี้มีวัสดุอุปกรณ์ ตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนในบทเรียนและเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

6. ได้ดำเนินการผลิตอย่างเป็นระบบ ได้ปรับปรุงและทดสอบให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย
- ชุดการสอนนี้ยังมีข้อบกพร่องที่ บางที่ก็พิมพ์บางที่ก็เขียนทำให้เกิดความสับสน และตรงที่เขียนก็ทำให้อ่านยากและมีบางที่ที่ผู้จัดทำเขียนผิด ทำให้ไม่เกิดความน่าเชื่อถือ สื่อก็ลดความน่าสนใจลง



7. มีความคงทนถาวรต่อการใช้และสะดวกในการเก็บรักษา
- ชุดการสอนนี้ยังมีความบกพร่องด้านความคงทนถาวรอยู่ เนื่องจากในคู่มือการใช้มีการตัดกระดาษแล้วเอามาแปะในคู่มือจำนวนมาก และมีบางส่วนที่ติดไม่แน่นเริ่มหลุดออกมา ในด้านการเก็บรักษา ได้มีการนำวัสดุอุปกรณ์แบ่งไว้เป็นกล่องเล็กๆ และใส่ไว้ในกล่องใหญ่ที่มีความแข็งแรงคงทนพกพาสะดวกอีกทีหนึ่ง ทำให้เกิดความสะดวกในการเก็บรักษาเป็นอย่างดี


การที่จะสร้างชุดการสอนขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเนื่องจากต้องมีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้สื่อชิ้นนี้ออกมาดีหรือไม่ดี เพราะฉะนั้นเมื่อทำออกมาแล้ว ควรมีการทดสอบ ทดลองใช้ ปรับปรุง และพัฒนาอยู่เสมอ