วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

การเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ครั้งที่2

เนื้อหาในแต่ละหน้า
หน้าที่ 1 – 2 : ในป่าใหญ่ที่มีสัตว์มากมายอาศัยอยู่ สัตว์ทุกตัวกำลังวุ่นอยู่กับงานของตัวเองไม่มีใครสนใจการเลือกตั้งเจ้าป่าที่ใกล้เข้ามาทุกที
หน้าที่ 3 – 4 : ผู้ลงสมัครเป็นเจ้าป่ามีอยู่สองตัวก็คือ สิงโตผู้น่าเกรงขาม และเสือดาวเจ้าเล่ห์ที่ชอบแกล้งสัตว์ตัวอื่นๆ อยู่เป็นประจำ
หน้าที่ 5 – 6 : จนเมื่อวันเลือกตั้งมาถึงสัตว์ทุกตัวก็ยังวุ่นอยู่กับงานเหมือนเดิม ไม่มีสัตว์ตัวใดมาเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งต้องถูกยกเลิกไป
หน้าที่ 7 – 8 : เจ้าเสือดาวเจ้าเล่ห์จึงถือตนเองเป็นผู้ปกครองป่าผืนนี้ เจ้าเสือดาวได้ใช้อำนาจของตนเองกดขี่ข่มเหงรังแกสัตว์ตัวอื่นไปทั่ว
หน้าที่ 9 – 10 : เจ้าลิงถูกแย่งกล้วยไป จึงร้อง เจี๊ยก เจี๊ยก เจ้านกถูกทำลายรัง จึงร้อง จิ๊บ จิ๊บ
หน้าที่ 11 – 12 :  เจ้าช้างถูกกัดที่ขา จึงร้อง แปร๋น แปร๋น เจ้าม้าถูกทำลายทุ่งหญ้า จึงร้อง ฮี่ ฮี่ 
หน้าที่ 13 – 14 : จนสัตว์ทุกตัวในป่าทนไม่ไหว จึงรวมตัวกันขอร้องให้มีการเลือกตั้งเจ้าป่าครั้งใหม่
หน้าที่ 15 – 16 : เมื่อถึงวันเลือกตั้งครั้งนี้ สัตว์ทุกตัวต่างออกมาใช้สิทธ์เลือกตั้งกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ทุกตัวพยายามเลือกผู้นำที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง
หน้าที่ 17 – 18 : ผลการเลือกตั้งออกมาเป็นเอกฉันท์ สิงโตผู้น่าเกรงขามถูกเลือกให้เป็นเจ้าป่าที่ทำหน้าที่ปกครองป่าผืนนี้
หน้าที่ 19 – 20 :  เมื่อได้รับเลือก สิงโตจึงดูแลสัตว์ทุกตัวในป่าเป็นอย่างดี สัตว์ในป่าจึงอยู่รวมกันอย่างมีความสุขตลอดไป


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ทุกคนควรออกมาใช้สิทธิ์ของตัวเองเ พื่อให้มีผู้นำที่ดี

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

เขื่อนขุนด่านปราการชล


ครั้งนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปที่นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินชมวิวที่สวยงามกันแล้ว ยังได้รับความรู้อย่างมากมายอีกด้วย และที่นั่นก็คือ เขื่อนขุนด่านปราการชล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก ที่จังหวัดนครนายกนั่นเองค่ะ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๖  เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม์พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการ และก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน เพื่อช่วยให้ราษฎรทางตอนล่างมีน้ำใช้ทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยที่มักจะเกิดขึ้นในเขตจังหวัดนครนายกเป็นเป็นประจำทุกปี เพื่อการอุตสาหกรรม และเพื่อการแก้ไขพื้นที่ดินเปรี้ยวอีกด้วย



ตัวเขื่อนประกอบด้วยเขื่อนหลักและเขื่อนรองสร้างด้วยคอนกรีตบดอัด ปัจจุบันเป็น เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก มีความยาวรวม 2,593 เมตร ความสูง ( สูงสุด ) 93 เมตร รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำมีความจุ 224 ล้าน ลบม.

วัตถุประสงค์
๑.  เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุน โดยสามารถจัดสรรน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ได้ ๑๘๕,๐๐๐ ไร่ ด้วยโครงการท่าด่านเดิม ๖,๐๐๐ ไร่ โครงการท่าด่านส่วนขยาย ๑๔,๐๐๐ ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายก  ๑๖๕,๐๐๐ ไร่
๒.  เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรม  
๓.  เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดนครนายก
๔.  เพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวในเขตจังหวัดนครนายก

การเดินทาง
- รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ ( ทางหลวงหมายเลข 305 หรือ 33) – นครนายก – (น้ำตกนางรองใช้ถนนหมายเลข 3049) – ผ่านอุทยานวังตะไคร้ เลี้ยวขวาเข้าถนนสู่ตัวเขื่อน
- รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพ ฯ นครนายก มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) ทุกวัน สอบถามได้ที่ โทร .0-2936-3660, 0-2936-3666


ข้อมูลติดต่อ
เขื่อนขุนด่านฯ ตู้ ปณ. 4 ต.หินตั้ง อ.เมือง นครนายก 26000
โทรศัพท์ 0 3738 4208-9 โทรสาร 0 3738 4210



เขื่อนขุนด่านปราการชลถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีมากอีกที่หนึ่ง เพราะว่าสามารถนำไปบูรณาการกับการเรียนการสอนได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น เรื่องพระราชกรณียกิจของในหลวงในวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เรื่องตำแหน่งที่ตั้งและที่มาของน้ำที่ไหลมาในวิชาภูมิศาสตร์ การแก้ปัญหาดินเปรี้ยวและเพราะพันธ์ปลาในวิชาเกษตกรรม การคำนวณปริมาณน้ำในแต่ละปีในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องระบบการกับเก็บน้ำในวิชาวิทยาศาสตร์ และอีกมากมายที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้สอนจะสามารถนำความรู้ในเรื่องต่างๆ ไปปรับใช้ได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ

แน่นอนว่ามาถึงเขื่อนขุนด่านปราการชลทั้งที เรามาลองเก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุดกันดีกว่าว่าจะได้ความรู้ในเรื่องใดบ้าง
- หนึ่งในโครงการในพระราชดำริ พระราชกรณียกิจของในหลวงนั้นมีมากมายจนอธิบายไม่หมด นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของโครงการที่ควรศึกษาไว้ค่ะ
- ตำแหน่งที่ตั้ง เขื่อนนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดนครนายก สามารถรับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำในเขื่อน
- การจัดการระบบน้ำ ทั้งในเรื่องของการผันน้ำ การระบายน้ำล้น การระบายน้ำฉุกเฉิน การระบายลำน้ำเดิม การระบายน้ำคลองชลประทาน
- ขนาดและความจุของเขื่อน ว่าเขื่อนนี้รับปริมาณได้มากน้อยแค่ไหน
- เป็นแหล่งน้ำในการทำเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และบรรเทาอุทกภัยในกับจังหวัดนครนายก
- เป็นสถานที่ตัวอย่างในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา

เมื่อได้ความรู้ไปมากมายแล้ว ก็มาพูดต่อในเรื่องของเจตคติกันว่าได้อะไรมาบ้าง
- พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการก่อสร้างเขื่อนนี้ ในหลวงทรงมีพระประสงค์เพื่อที่จะขจัดปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง และดินเปรี้ยว ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำ และระบบชลประทานขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บกักน้ำและจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบ ให้พอเพียงกับความต้องการของกิจกรรมทุกประเภทภายในลุ่มน้ำนครนายกและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่พสกนิกรชาวจังหวัดนครนายกเป็นอย่างสูง
- ความมุ่งมั่นในการทำงาน กว่าจะก่อตั้งโครงการแต่ละโครงการขึ้นมาได้ต้อง จะต้องมีขั้นตอนกระบวนการที่มากมาย เมื่อไปเห็นสถานที่ที่กว้างใหญ่ขนาดนั้นจึงอดคิดไม่ได้ว่าในหลวงต้องเหน็ดเหนื่อยและมุ่งมั่นมากขนาดไหน

นอกจากนี้ยังได้ ทักษะการแก้ปัญหาที่ดี เพราะเขื่อนนี้ก่อตั้งขึ้นมาจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน แก้ปัญหาภัยหน้าแล้ง และปัญหาดินเปรี้ยว ให้พื้นที่บริเวณนั้นมีความอุดมณ์สมบูรณ์ ให้ได้เรียนรู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว เราควรแก้ปัญหาอย่างไรให้ตรงจุด และไม่กระทบกระเทือนกับสิ่งอื่น เป็นทักษะที่ใช้ได้เมื่อเกิดปัญหาต่างๆขึ้น

เห็นมั้ยคะว่าการไปเที่ยวครั้งนี้นี่ได้ความรู้มากมายเลย ใครที่เบื่อน้ำทะเล หรือน้ำตกแล้ว ว่างๆ อยากไปเที่ยวก็ขอให้เขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะคะ เพราะว่าบรรยากาศดีและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากค่ะ




วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

การเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ครั้งที่1

การเขียนหนังสือนิทานสำหรับเด็กๆนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ ต้องมากหลายขั้นตอนมากๆ ตอนนี้เราก็เริ่มทำแบบค่อยเป็นค่อยไปอยู่ค่ะ เริ่มจากเขียนเค้าโครงของหนังสือกันก่อนเลย

Theme ค่านิยม  12 ประการ : ข้อที่ 7 เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง

ชื่อเรื่อง : เจ้าป่าตัวใหม่

กลุ่มเป้าหมาย : วัยประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-.2 อายุ 6-7 ขวบ)

ประเภทหนังสือ : บันเทิงคดี (ร้อยกรอง)

แก่นของเรื่อง/สาระสำคัญ : การเลือกตั้ง

โครงสร้างเนื้อหา/ความนำและความท้าย : ในป่าใหญ่ที่มีสัตว์มากมายอาศัยอยู่ ทุกตัวกำลังมุ่นอยู่กับงานของตัวเองไม่มีใครสนใจการเลือกตั้งเจ้าป่าที่ใกล้เข้ามาทุกที ผู้ลงสมัครเป็นเจ้าป่ามีอยู่สองตัวคือ เสือดาวเจ้าเล่ห์ที่ชอบแกล้งสัตว์ตัวอื่นๆและสิงโตผู้น่าเกรงขาม จนเมื่อวันเลือกตั้งมาถึงก็ไม่มีสัตว์ตัวใดมา ทำให้การเลือกตั้งต้องถูกยกเลิก เจ้าเสือดาวเจ้าเล่ห์จึงถือตนเองเป็นผู้ปกครองป่าผืนนี้ เจ้าเสือดาวได้ใช้อำนาจของตนเองกดขี่ข่มเหงรังแกสัตว์ตัวอื่นไปทั่ว จนสัตว์ทุกตัวทนไม่ไหวจึงรวมตัวกันขอร้องให้มีการเลือกตั้งเจ้าป่าครั้งใหม่ เมื่อถึงวันเลือกตั้งครั้งนี้สัตว์ทุกตัวต่างออกมาใช้สิทธ์เลือกตั้งกันอย่างร่วมมือร่วมใจ ผลการเลือกตั้งเป็นเอกฉันท์ สิงโตผู้น่าเกรงขามถูกเลือกให้เป็นเจ้าป่า เมื่อได้รับเลือกสิงโตจึงดูแลสัตว์ทุกตัวในป่าเป็นอย่างดี สัตว์ในป่าจึงอยู่รวมกันอย่างมีความสุขตลอดไป

ฉาก : ป่า ที่เลือกตั้ง


ตัวละคร : สิงโต เสือดาว และสัตว์ที่อยู่ในป่า ( กระต่าย ลิง ช้าง ยีราฟ ม้าลาย หนู)

ในส่วนโครงร่างคร่าวๆก็จะเป็นแบบนี้หละค่ะ ที่เราต้องคิดเป็นส่วนแรกในการทำหนังสือนิทาน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

เปิดประสบการณ์"นักศึกษาไทยในต่างแดน"

ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยนะคะ ว่าทุกอย่างรอบตัวเรานั้นได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งการคมนาคม เศรษฐกิจ รวมถึงวงการการศึกษาด้วย ทุกวันนี้มีนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากที่อยากไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะคนที่ถนันทางด้านภาษาในประเทศนั้นๆ วันนี้เราก็เลยนำบทสัมภาษณ์ของ "แนน" นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ได้มีโอกาศไปเรียนที่จีน มาแชร์ประสบการณ์ให้ได้อ่านกันคะ



สวัสดีค่ะ แนะนำตัวหน่อยค่า
ชื่อ แนน วิลาสินี อินธิกาย กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน ปี 3 ค่ะ


ได้ทราบมาว่าแนนได้ไปเรียนต่อที่จีน เลยอยากรู้ว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไรคะ?
เริ่มต้นที่ทางภาควิชาภาษาจีน มีโครงการให้นักศึกษาเอกจีน ที่สนใจอยากจะไปเรียนต่อในประเทศจีน ได้ไปเรียนปีสามที่ประเทศจีน โดยไม่ต้องกลับมาเรียนซ้ำที่ประเทศไทยอีก1ปี แนนก็สนใจนะ เลยปรึกษาทางบ้าน เค้าก็สนับสนุนเลยตกลงไปเลย

ได้ไปเมืองไหนมาคะ สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้าง?
ไปเมืองเวินโจวค่ะ อยู่ที่มณฑณเจ้อเจียง ไม่ใช่เมืองชื่อดังเหมือนพวกปักกิ่งนะค้ะ คล้ายกลับต่างจังหวัดของบ้านเรา สภาพแวดล้อมถือว่าดีมากเลยค่ะ การจราจรไม่แออัดเลย อากาศบริสุทธิ์มากๆ ชอบค่ะ


การเรียนการสอนของที่จีนยากมั้ยคะ แล้วแตกต่างจากที่ไทยอย่างไรบ้าง?
ช่วงที่ไปถึงที่จีนอาทิตย์แรกๆ คิดว่ายากมากสำหรับแนนนะ เพราะแนนเหมือนยังปรับตัวไม่ได้ การพูดของคนจีนแรกๆ ฟังยังงงอยู่เลย แต่ไปซักพักแนนว่าเรียนที่จีนดูง่ายกว่าที่ไทยอีก เพราะอาจารย์ที่จีนเค้ารู้ว่าเราเป็นนักเรียนต่างชาติเค้าก็จะไม่สอนเร็ว ไม่เข้าใจเค้าก็จะอธิบายซ้ำ เหมือนเค้าดูเกรงใจเราด้วย เนื้อหาที่เรียนก็ค่อนข้างเข้าใจง่ายด้วยค่ะ


สิ่งที่ได้รับจากการไปเรียนที่จีน?
ส่วนใหญ่ก็ทางด้านภาษาเลย เพราะเราไปอยู่ที่ประเทศจีนได้ฟัง ได้พูด ได้อ่าน ได้ใช้ชีวิตที่นู้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องพูดภาษาจีน แล้วก็เรื่องการใช้ชีวิตค่ะรู้เลยว่าไปอยู่ต่างประเทศเป็นยังไง แต่แนนถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปอีกค่ะ


แล้วอุปสรรคในการเรียนอยู่ที่นั้นมีอะไรบ้างคะ?
ด้านการสื่อสารค่ะ เพราะอย่างที่บอกช่วงแรกๆแนนปรับตัวไม่ได้ ฟังอาจารย์ไม่ค่อยเข้าใจ  อย่างอยู่ที่ไทยก็มีสอนเป็นไทยบ้าง จีนบ้าง แต่ที่จีนเรียนเป็นภาษาจีนทั้งหมดเลย ก่อนไปเรียนก็ต้องมีเตรียมบทเรียนทุกครั้ง ถ้ามีการบ้านที่ไม่เข้าใจก็จะให้เพื่อนคนจีนช่วยอธิบาย


รู้สึกเหนื่อยหรือท้อบ้างมั้ยคะ เวลาไปอยู่ที่นู้น?
แรกๆท้อมากค่ะ อยากกลับบ้านสุดๆ อาหารก็กินไม่ค่อยได้ ฟังก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ แต่อยู่ไปซักพักเริ่มสนุก มีหลายเรื่องให้ลองทำ หลังๆนี่ไม่อยากกลับไทยเลย


ในฐานะที่เราเป็นคนไทยที่ได้มีโอกาสไปอยู่ที่จีน ในสายตาคนจีนมองคนไทยเป็นอย่างไรบ้างคะ?
เวลาไปซื้อของพอเค้ารู้ว่าเป็นคนไทย เค้าจะชมนะว่าคนไทยเวลาพูดสำเนียงเหมือนคนจีน คือฟังง่าย ถ้าเคยได้ยินคนทางแถบยุโรปพูดจีนจะฟังยาก บางคนก็บอกเค้ามีโอกาสอยากไปเที่ยวที่ไทย สถานที่ท่องเที่ยวสวย แล้วก็ชมคนไทยสวย


สุดท้ายนี้ อยากจะฝากอะไรถึงเพื่อนๆที่อยากไปเรียนที่ต่างประเทศบ้างมั้ยคะ?
ถ้าใครมีโอกาสที่จะไปเรียนนะคะ ก็อยากให้ไปเพราะคุณจะได้ประสบการณ์หลายๆ เรื่องที่คุณไม่ได้รับถ้าเรียนที่ไทย รับรองว่าคุณจะสนุกจนไม่อยากกลับไทย

เป็นอย่างไรบ้างคะ? รู้สึกอยากไปเพิ่มมากขึ้นอีกละสิ ฮ่าๆๆ สุดท้ายก็อยากฝากไว้ว่า ถ้าใครที่มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ก็ให้รีบคว้าโอกาสนั้นไว้นะคะ เพราะประสบการณ์แบบนี้แค่ฟังคนอื่นเล่าไม่ได้แต่ต้องไปสัมผัสด้วยตนเองค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โปสเตอร์คุณภาพ "ฮาชิมะโปรเจกต์"

การทำภาพยนต์ออกมาเรื่องหนึ่งนั้นต้องมีการทำงานทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และการออกแบบโปสเตอร์ภาพยนต์นั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบมาอย่างดี เพราะว่าตัวโปสเตอร์ภาพยนต์นี้เป็นตัวดึงดูดแรกจากผู้ชม ว่าภาพยนต์เรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นควรจะมีรางวัลสำหรับคนเบื้องหลังในส่วนนี้ ให้ผู้ทำงานเบื้องหลังได้มีกำลังใจ และภาคภูมิใจในฝีมือตัวเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไปอีก 

หนึ่งในรางวัลสำหรับคนเบื้องหลัง คือ รางวัลการออกแบบโปสเตอร์ภาพยนต์ไทยยอดเยี่ยม สวนดุสิต ไทยมูฟวี่ โปสเตอร์ อะวอร์ดส แล้วประจำปี 2226-2557 โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้วจัดโดยหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฆิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ส่วนในเรื่องของการตัดสินนั้น กรรมการใช้เกณฑ์การตัดสินจากหลายมิติ เช่น การสื่อสารที่ชัดเจน การจัดวางองค์ประกอบ การออกแบบตัวอักษร การใช้โครงสี และการเล่าเรื่อง ฯลฯ โดยรางวัลชนะเลิศในปีนี้นั้นตกเป็นของ โปสเตอร์ภาพยนต์เรื่อง ฮาชิมะโปรเจกต์ จาก M39  พร้อมรางวัลป๊อปปูล่าร์โหวตไปอีก 1 รางวัล



ในวันนี้เราก็จะมาวิเคราะห์กันว่าโปสเตอร์นี้ออกแบบมายังไง ทำไมถึงได้รางวัล เริ่มจากที่คำโปรยเรื่องเลย "ไม่ใช่ที่แรกที่กล้าลบหลู่ แต่เป็นครั้งแรกกับอันดับโลก" ความหมายที่สื่อตรงตัวออกมาว่าหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรกของคนไทยที่ไปถ่ายทำหนังผีที่ต่างประเทศนะ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวอย่างกระชับสั้นๆง่ายๆได้ใจความ

การจัดวางองค์ประกอบของภาพนั้นก็ถือว่าเป็นการเล่าเรื่องราวได้อย่างหนึ่ง จากที่ดูแล้วสามารถตีความได้ว่า หนังเรื่องนี้จะต้องไปถ่ายทำที่เมืองร้าง เป็นตึกเก่าๆที่มีเรื่องลี้ลับอยู่อย่างแน่นอน ภาพที่สื่อออกมานั้นมีความน่ากลัว ความหลอน และเรือนราง มีนักแสดงนำห้าคนและมีผีหนึ่งตัว เรื่องจะต้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของห้าคนนี้ ผ่านการผจญภัยกับสิ่งลี้ลับมาจนเนื้อตัวมอมแมม

การออกแบบตัวอักษรนั้นและเรื่องการใช้โทนสีนั้น แค่ดูชื่อเรื่องอย่างเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเป็นหนังผี เพราะตัวอักษรนั้นมีความหลอน ความน่ากลัวอยู่ในตัวโดยการทำให้ตัวอักษรเลอะๆ เหมือนเปื้อนฝุ่น ตรงคำว่าฮาชิมะนั้นใช้รูปแบบตัวอักษรที่ขาดๆ ตรงปลายคล้ายกับเลือดทำให้ดูน่ากลัวขึ้น โทนสีที่ใช้นั้นคือสีดำและเทาเป็นหลักสื่อถึงความดำมืด สิ่งลี้ลับ ผีสาง ความน่ากลัว และนำสีแดงที่สื่อถึงความกล้าหาญและเลือด มาตัดกันทำให้ชื่อเรื่องดูโดดเด่นขึ้นมาจากโปสเตอร์เป็นอย่างมาก

การที่เราจะเลือกชมภาพยนต์แต่ละเรื่องนั้น โปสเตอร์ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งในการตัดสินใจ บางเรื่องอาจจะดูสนุกสนาน ตลก น่ากลัว ลี้ลับ เข้มข้น ก็แล้วแต่รูปแบบที่ต้องการนำเสนอ ถ้าเราได้เห็นโปสเตอร์สวยๆ สื่อความหมายได้ดี น่าติดตาม ก็ทำให้เรารู้สึกอยากดูภาพยนต์เรื่องนั้นขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นความน่าติดตามของภาพยนต์ก็อาจตัดสินกันได้จากโปสเตอร์เลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www2.dusit.ac.th/sdu/activities/news/2014-06-9/evt_03035.pdf

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ไอซิส(น่ารัก)จัง

สื่อสิ่งพิมพ์นั้นมีบทบาทสำคัญอยู่ที่การสื่อสาร จะต้องสามารถถ่ายทอดเรื่องราวหรือข้อความที่ผู้จัดทำต้องการจะสื่อสารออกไป ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ให้ได้ โดยสื่อสิ่งพิมพ์นั้นมีอิทธิพลมากในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร และยังมีอิทธิพลในการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ซึ่งสามารถนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงสังคมโลกได้

ช่วงที่ผ่านมานี้เชื่อว่าทุกคนต้องได้ยินข่าวเกี่ยวกับข่าวรุนแรงที่เพิ่มระดับขึ้นทุกวัน จากกลุ่มก่อการร้ายที่ใช่ชื่อว่า ISIS ซึ่งมีข่าวน่าสลดใจกับความป่าเถื่อนของบุคคลกลุ่มออกมาอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในนั้นก็คือการสังหารนักข่าวชาวญี่ปุ่น 2 ท่าน สร้างความสะเทือนใจให้ชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

แต่การโต้ตอบของญี่ปุ่นนั้นกลับผิดคาดและสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากญี่ปุ่นจะไม่ได้โต้ตอบด้วยความรุนแรงแล้ว กลับตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย ISIS อย่างสุภาพ อ่อนโยน ไม่แข็งกร้าว ไม่ล้ำเส้นศาสนา ด้วยความน่ารักผ่านตัวการ์ตูนที่มีชื่อว่า ISIS -Chan (ไอซิสจัง) แทน

ที่มาภาพ : http://www.zcooby.com/wp-content/uploads/2015/02/wpid-Photo-20150204110248907.jpg
ISIS -Chan หรือ ไอซิสจัง นั้นเป็นตัวการ์ตูนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อล้อเลียนกลุ่มก่อการร้าย ISIS โดยเปลี่ยนบุคลิกให้ออกมาเป็นเด็กสาวน่ารักในชุดคลุมสีดำ ชอบกินเมล่อน ซึ่งเมล่อนก็เป็นการล้อเลียน ISIS อีกอย่างหนึ่ง เพราะคำว่า เมล่อน ในภาษาญี่ปุ่นนั้นออกเสียงคล้ายๆกับคำว่า Million ซึ่งหมายถึงเงินค่าไถ่ที่ทาง ISIS เรียกจากรัฐบาลญี่ปุ่นนั้นเอง

โดยทางญี่ปุ่นมีความหวังว่าจะแทรกแซงผลการค้นหาจาก Google เพื่อให้คนที่ค้นหาข้อมูลของ ISIS เจอแต่ไอซิสจัง เป็นการทำลายศักยภาพการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มก่อการร้ายลง และระบุอีกว่า ISIS ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นได้

ที่มาภาพ : http://www.zcooby.com/wp-content/uploads/2015/02/wpid-Photo-20150204110248823.jpg
นอกจากนี้ยังเรียกร้องไปยังผู้คนทั่วโลกให้ช่วยกันทำภาพของไอซิสจังขึ้น เพื่อเป็นการโต้ตอบกลุ่ม ISIS แบบอหิงสา โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นการต่อต้านกลุ่ม ISIS ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือขุ่นข้องหมองใจให้ใครทั้งนั้น ดังนั้น ภาพของ "ไอซิสจัง" จะต้องไม่ไปพาดพิงถึงศาสนาอิสลาม พระคัมภีร์ ศาสดาของศาสนาหรือแม้แต่สัญลักษณ์ใดๆก็ตามที่เกี่ยวโยงกับศาสนา ภาพที่วาดต้องให้ความเคารพในตัวประกัน ไม่มีความสยดสยองใดๆ และต้องไม่ลามกอนาจาร ไม่โป๊เปลือย

การที่จะตอบโต้ความรุนแรงไม่จำเป็นต้องตอบโต้ด้วยความรุนแรงกลับเสมอไป ไม่จำเป็นต้องมีสงครามหรือความตาย แต่สามารถใช้สื่อสิ่งพิมพ์ให้เป็นประโยชน์โดยการโต้ตอบกลับไปอย่างสุภาพ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า จิตใจของมนุษย์นั้นอยู่ในระดับที่ไม่เท่ากันส่งผลถึงความเป็นมนุษย์ของคนๆ นั้นด้วยเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

STOP CYBERBULLYING !!!

ในสังคมปัจจุบันนี้ มีการติดต่อสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ากขึ้นจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นอย่างพวกเราไปแล้ว บางคนนั้นอาจเล่นบ้างไม่เล่นบ้าง แต่ก็มีบางคนที่ติดแบบงอมแงมกันเลยทีเดียว และภัยร้ายแรงอย่างหนึ่งของโลกออนไลน์ก็คือ Cyberbullying

Cyberbullying คือการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ คือการทำร้ายผู้อื่นให้อับอายผ่านการใช้สื่่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ เช่น Facebook Twitter YouTube E-mail บล็อก เมสเซจ โทรศัพท์ และยังรวามไปถึงการส่งข้อมูลส่วนตัวของคนคนหนึ่งไปยังพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของ นอกจากนั้นการส่งข้อความให้ร้ายไปยังผู้อื่น หรือเขียนคอมเมนต์ที่เป็นการต่อว่า การทำร้ายซ้ำๆ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดหรือได้รับผลกระทบทางจิตใจ ก็ถือว่าเป็น Cyberbullying อีกด้วย

ผลกระทบของ Cyberbullying นั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่เกิดความรู้สึกอับอาย ภาวะเครียด นอนไม่หลับ เป็นโรควิตกกังวล แต่ในบางกรณีนั้นได้จบลงอย่างน่าเศร้าอาจมีผลกระทบรุนแรงถึงขึ้นฆ่าตัวตายกันเลยทีเดียว


เราจึงทำโปสเตอร์รณรงค์ให้หยุดการกระทำ Cyberbullying เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความร้ายแรงของมัน เมื่อเกิดการกระทำ Cyberbullying ขึ้นมันก็อาจจะหลอนหลอนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ จนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นได้ และอยากให้ผู้ที่มีพฤติกรรมไปกลั่นแกล้งผู้อื่นผ่านโลกออนไลน์นั้น หยุดพฤติกรรมของท่านซะ !!!